คำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notices)
คำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notices)

คำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notices)
ปรับปรุงล่าสุด เดือนสิงหาคม 2564

     บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งต่อไปในประกาศนี้ เรียกว่า “บริษัท” โดยบริษัท ยึดมั่นการดำเนินธุรกิจ อย่างมีจรรยาบรรณ เคารพและปฏิบัติตามกฎหมายที่บังคับใช้ และตระหนักถึงการได้รับความไว้วางใจจากท่านที่ใช้ผลิตภัณฑ์ และบริการของบริษัท บริษัท เข้าใจดีว่าท่านต้องการความปลอดภัย ในการทำธุรกรรม และการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

     ดังนั้น บริษัทจึงให้ความสำคัญด้านการเคารพสิทธิ ในความเป็นส่วนตัวของท่าน และการรักษาความปลอดภัย ของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยได้กำหนดนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในการดำเนินงานของบริษัท ด้วยมาตรการที่เข้มงวด ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ท่านได้มั่นใจว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่บริษัทได้รับจะถูกนำไปใช้ ตรงตามความต้องการของท่าน และถูกต้องตามกฎหมาย

1. นโยบายฉบับนี้มีขึ้นเพื่ออะไร

คำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวนี้ จัดทำขึ้นเพื่อชี้แจงรายละเอียด และวิธีการจัดการและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท ได้รับมาจากท่าน วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผล ตลอดจนระยะเวลาในการเก็บรักษา ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว และสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

2.  ข้อมูลส่วนบุคคล
     2.1 ข้อมูลส่วนบุคคล คือ ข้อมูลที่ทำให้สามารถระบุตัวตนของท่านได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม  ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย เช่น

           • ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด เพศ เลขประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง

           • ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่อาศัย สถานที่ทำงาน ที่อยู่ที่ติดต่อ (สำหรับกรณีต่างจากที่อยู่อาศัย) หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ไอดีไลน์ บัญชีสื่อสังคม (Social Media Accounts)

           • ข้อมูลอุปกรณ์หรือเครื่องมือ เช่น IP address, MAC address, Cookie ID

           • ข้อมูลอื่นๆ เช่น การใช้งานเว็บไซต์ เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และข้อมูลอื่นใด ที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

           2.1.1  ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้แก่บริษัทโดยตรง หรือให้ผ่านบริษัท หรือมีอยู่กับบริษัท ทั้งที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการ ติดต่อ เยี่ยมชม ค้นหา ผ่านช่องทางดิจิทัล เว็บไซต์ Call Center ผู้ที่ได้รับมอบหมาย หรือช่องทางอื่นใด

           2.1.2  ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่นซึ่งไม่ใช่จากท่านโดยตรง เช่น
หน่วยงานของรัฐ  สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการทางการเงิน พันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทข้อมูลเครดิต และผู้ให้บริการข้อมูล เป็นต้น ซึ่งบริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งอื่น ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากท่าน ตามที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่บริษัทมีความจำเป็น ตามกรณีที่กฎหมายอนุญาต

     2.2  ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) คือ ข้อมูลส่วนบุคคล ที่กฎหมายกำหนดเป็นการเฉพาะ     ซึ่งบริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ที่มีความอ่อนไหว ต่อเมื่อบริษัทได้รับความยินยอม โดยชัดแจ้งจากท่าน หรือในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็น ตามกรณีที่กฎหมายอนุญาต โดยบริษัทอาจต้องเก็บรวบรวม ใช้ (ต่อไปในนโยบายฉบับนี้ หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะเรียกข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคล ที่มีความอ่อนไหว ที่เกี่ยวกับท่านข้างต้น รวมกันว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”)

3. การจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัด
     3.1  การจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำโดยมีวัตถุประสงค์ ขอบเขต และใช้วิธีการที่ชอบ ด้วยกฎหมายและเป็นธรรม ในการเก็บรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล ตลอดจนเก็บรวบรวม และจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัด เพียงเท่าที่จำเป็นแก่การให้บริการ หรือบริการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด ภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัทเท่านั้น ทั้งนี้บริษัทจะดำเนินการให้เจ้าของข้อมูล รับรู้ ให้ความยินยอม เป็นหนังสือหรือโดยผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรวมถึงข้อมูลดังต่อไปนี้:

           • ข้อมูลส่วนบุคคล (ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด เลขบัตรประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง เพศ )

           • ข้อมูลการติดต่อ (ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อีเมล เบอร์โทรศัพท์)

           • ข้อมูลคู่ค้า (เลขประจำตัวประชาชน, ที่อยู่ และอีเมล)

           • ข้อมูลที่ท่านให้กับบริษัท ตัวอย่างเช่น ข้อมูลในการกรอกแบบฟอร์ม หรือข้อมูลระหว่างเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัท หรือจากการตอบคำถาม ระหว่างการสนทนา หรือในการทำแบบสำรวจ

           • ข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและการให้บริการของบริษัท

           • ข้อมูลอื่นใดที่เจ้าของข้อมูลให้เพื่อที่จะเข้าร่วมกิจกรรม โปรโมชั่น งานแสดงสินค้า และกิจกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลที่กรอกใน “ ติดต่อเรา” (“Contact Us”) หรือในช่องทางอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน
           • ข้อมูลที่รวบรวมโดยระบบในคอมพิวเตอร์ (Cookies) และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน รวมถึงข้อมูลอุปกรณ์หรือเครื่องมือ (IP Address) ซึ่งข้อมูลประเภทนี้ จะถูกรวบรวมในขณะที่ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์

           • ข้อมูลพฤติกรรมการสืบค้น หมายถึง ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องต่อบุคคลธรรมดาที่ระบุตัวตนได้ เช่น ประเภทเบราเซอร์ โดเมน เว็บไซต์ที่เยี่ยมชม เวลาเข้าเว็บไซต์ ที่อยู่เว็บไซต์อ้างอิงข้อมูลเพื่อการสนับสนุนลูกค้า โดยจะมีการเก็บ log การใช้งานของท่านจากบนแอพพลิเคชั่นของทางบริษัท ข้อมูลส่วนบุคคล ที่ทางบริษัทดำเนินการจัดเก็บ ผ่านทาง ช่องทางในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ต่าง ๆ เช่น การลงทะเบียนเข้าใช้งาน หรือการติดต่อต่างๆ ผ่านช่องทาง Social Media ของบริษัท โดยจะเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวตนของท่าน และข้อมูลการติดต่อ หรือข้อมูลอื่นใด ที่จะเป็นประโยชน์ในการให้บริการ บริษัทอาจมีการจัดเก็บข้อมูลส่วนตัวของท่าน ผ่านการทำแบบสอบถาม (SURVEY) ซึ่งข้อมูลส่วนตัวของท่าน รวมถึงข้อมูลต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เช่น ชื่อ-นามสกุล, เบอร์โทรศัพท์, วันเกิด, เพศ เป็นต้น ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวข้างต้น บริษัทจะขอความยินยอมจากท่าน ก่อนทำการเก็บรวบรวม เว้นแต่

           • เพื่อปฎิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือใช้บังคับ (Legal Obligation)

           • เพื่อการดำเนินงานที่จำเป็น ภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น โดยไม่เกินขอบเขต ที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล (Legitimate Interest)  

           (1) การบันทึกเสียงทาง Call Center การบันทึกภาพ CCTV  การแลกบัตรก่อนเข้าอาคาร

           (2) การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า เช่น การจัดการข้อร้องเรียน การประเมินความพึงพอใจ การดูแลลูกค้าโดยพนักงานของบริษัท

           (3) การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของกรรมการ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน ตัวแทน ของลูกค้านิติบุคคล

           (4) การติดต่อ การบันทึกภาพ การบันทึกเสียงเกี่ยวกับการจัดประชุม อบรม สันทนาการ หรือออกบูธ

           (5) การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์

           (6) การรับ-ส่งพัสดุ

           • เป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (Vital Interest)

           • เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติ ตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการ ตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ก่อนเข้าทำสัญญานั้น (Contractual Basis)

           • เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์ หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อการศึกษา วิจัย การจัดทำสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม (Historical Document, Research, or Statistics)

     3.2   หากเป็นกรณีที่ผู้เยาว์ (บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์) ประสงค์จะให้บริษัทจัดเก็บ รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ แยกพิจารณาเป็นดังนี้

           • ในกรณีผู้เยาว์อายุไม่ถึง 10 ปี บริษัทจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือผู้ปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ประกอบกับการให้ความยินยอมของผู้เยาว์

           • ในกรณีผู้เยาว์อายุเกิน 10 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี บริบูรณ์ บริษัทจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้เยาว์ ประกอบการให้ความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือผู้ปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์

4. บริษัทรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร
บริษัทรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยตรงจากหลายแหล่งที่มาของข้อมูล ได้แก่

   • แพลตฟอร์มออนไลน์ บริษัทอาจรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อท่านลงทะเบียนบัญชีในระบบอินเทอร์เน็ต การทำแบบสำรวจ การจัดกิจกรรม หรือการกรอกข้อมูลเพื่อรับข้อเสนอโปรโมชั่น การกดติดตามเพื่อรับข้อมูลการส่งเสริมการขาย หรือเพื่อเชื่อมต่อกับบริษัท

   • การโต้ตอบสื่อสารออฟไลน์ บริษัทอาจรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากทางออฟไลน์ เช่น เมื่อท่านเข้ามาในสำนักงานของบริษัท เมื่อมีการติดต่อกันผ่านทางโทรศัพท์ หรือเมื่อท่านเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัท หรือการให้นามบัตร

   • ในกรณีที่บริษัทเข้าทำสัญญากับท่าน  นอกจากนี้ บริษัทอาจรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ซึ่งรวมถึง แหล่งข้อมูลที่เปิดเผยแบบสาธารณะ  พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท บุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของข้อมูล (ยกตัวอย่างเช่น ผู้ให้บริการรายอื่นที่ให้บริการเจ้าของข้อมูล)

   • ข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลที่สาม เช่น ตัวแทน ร้านค้า หรือบริษัทที่ให้การบริการจัดเก็บรวบรวมข้อมูล คู่ค้า พันธมิตร เป็นต้น

   • ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากบริษัทในเครือ

5. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ เผยแพร่ ประมวลผล โอน หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ในการเก็บรวมรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ ประมวลผล โอน หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

     5.1 เพื่อจัดหาสินค้าหรือให้บริการแก่ท่าน

     5.2 เพื่อการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับท่าน

     5.3 เพื่อการติดต่อสื่อสาร แจ้ง และ/หรือ รับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ จากบริษัท หรือการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นของบริษัท

     5.4 เพื่อการดำเนินการตามความประสงค์ของท่านที่ได้แจ้งไว้กับบริษัท

     5.5 เพื่อการนำเสนอสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ และ/หรือ บริการอื่น ๆ ของบริษัท อาทิ การให้คำแนะนำและ/หรือ ข้อเสนอเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และการบริการ รวมถึงโปรโมชั่นต่าง ๆ ในการส่งเสริมกิจกรรมทางการตลาด รวมถึง การทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการของบริษัท

     5.6 เพื่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การตรวจสอบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงการบริการ การวิเคราะห์การใช้งานด้านบริการ การสำรวจการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การพิจารณาการดำเนินงานและขยายธุรกิจของบริษัท

     5.7 เพื่อการจัดทำฐานข้อมูลและประวัติการเข้าซื้อผลิตภัณฑ์และใช้บริการของทางบริษัท

     5.8 เพื่อศึกษาและรับทราบข้อมูลสถิติทางประชากรศาสตร์ของผู้ใช้บริการ เพื่อให้บริษัทรู้จักผู้ใช้บริการบนเว็บไซต์ ช่องทางออนไลน์ และแอพพลิเคชั่นของบริษัทมากยิ่งขึ้น

     5.9 เพื่อวิเคราะห์และประมวลผล จากประวัติการเยี่ยมชมเวปไซต์ หรือช่องทางต่าง ๆ ของบริษัท ร่วมกับประวัติการสืบค้นเนื้อหา ภายในเวปไซต์หรือช่องทางออนไลน์ ของบริษัทของผู้ใช้บริการ เพื่อนำเสนอเนื้อหารายการ ที่คาดว่าจะถูกใจหรือเป็นที่ชื่นชอบของผู้ใช้บริการ

     5.10 เพื่อนำมาใช้ในการปรับปรุงเว็บไซต์ ช่องทางออนไลน์ และแอพพลิเคชั่นของบริษัท ให้เหมาะสมกับความต้องการผู้ใช้บริการ และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

     5.11 เพื่อเป็นช่องทางติดต่อในการรับข้อติชม ข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์และการบริหาร ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า

     5.12 เพื่อเป็นช่องทาง ในการติดต่อลูกค้า ที่ร่วมสนุกสำหรับกิจกรรมชิงรางวัล ของที่ระลึกจากบริษัท

     5.13 เพื่อโต้ตอบการสอบถามหรือการร้องเรียนของท่าน และเพื่อแก้ปัญหาและข้อพิพาทใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการติดต่อกับบริษัท

     5.14 เพื่อให้บริการ หรือให้การช่วยเหลือตามที่ท่านร้องขอ

     5.15 เพื่อวัตถุประสงค์ในการทำการตลาดโดยตรง ผ่าน อีเมล สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) และ/หรือ ช่องทางการติดต่ออื่น ๆ ในกรณีที่ท่านเข้าร่วมเป็นสมาชิก ในกิจกรรมต่าง ของบริษัท และวิธีการอื่นใดตามที่ท่านยินยอม

     5.16 เพื่อแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล ของท่านกับผู้สอบบัญชี สำหรับการตรวจสอบและการรายงานบัญชี ภายในของบริษัท

     5.17 เพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ ที่กฎหมายกำหนด เช่น เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนด เรื่องการรายงานงบการเงินของบริษัท ที่กำหนดโดยผู้สอบบัญชี และ/หรือหน่วยงานของรัฐ และเพื่อให้ความร่วมมือกับ เจ้าพนักงานที่บังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล และ/หรือ คำสั่งศาล ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาคดี หรือการสืบสวนในคดี

     5.18 เพื่อแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน กับผู้ร่วมธุรกิจของบริษัท เพื่อการพัฒนาสินค้า และ/หรือ บริการ หรือการจัดทำแคมเปญส่งเสริมการขายร่วมกัน

     5.19 เพื่อให้บริษัทสามารถปฏิบัติ ตามหน้าที่ของบริษัทและสามารถบังคับ ตามสิทธิที่บริษัทมีตามสัญญา หรือเอกสารใด ๆ ที่บริษัทเป็นคู่สัญญา      เพื่อบังคับตามสิทธิ หรือปกป้องสิทธิของบริษัทหรือสิทธิของท่าน โดยให้สอดคล้องกับหน้าที่ ของบริษัทภายใต้กฎหมาย

    กฎ และข้อบังคับ ที่บังคับใช้วัตถุประสงค์ ในการที่บริษัทอาจหรือจะทำการรวบรวม นำไปใช้ เปิดเผย หรือดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่าง ๆ โดยวัตถุประสงค์ดังกล่าว อาจไม่ถูกระบุอยู่ในข้อกำหนดข้างต้น อย่างไรก็ตาม บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบ ถึงวัตถุประสงค์นั้น ๆ เมื่อบริษัท ได้รับความยินยอมจากท่าน สำหรับการดำเนินการดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่กฎหมายอนุญาต ให้บริษัทดำเนินการ กับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากท่านก่อน

6. บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ใครบ้าง
    บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ให้แก่ผู้อื่นภายใต้ความยินยอมของท่าน หรือภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาต ให้เปิดเผยได้ โดยบุคคลหรือหน่วยงาน ที่เป็นผู้รับข้อมูลดังกล่าวจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามขอบเขตที่ท่าน ได้ให้ความยินยอมหรือขอบเขต ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้

    บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ให้แก่ผู้อื่นภายใต้ความยินยอมของท่าน หรือฐานทางกฎหมายอื่น ตามวัตถุประสงค์ ที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ เช่น ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ให้บริการภายนอก ตัวแทนของบริษัท ผู้รับจ้างช่วงงานต่อ สถาบันการเงิน ผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายนอก ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย นิติบุคคลหรือบุคคลใด ๆ ที่มีความสัมพันธ์หรือมีสัญญาอยู่กับบริษัท ซึ่งรวมตลอดถึง ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง ตัวแทน ที่ปรึกษาของบริษัทและของบุคคล หรือหน่วยงานที่เป็นผู้รับข้อมูลดังกล่าว

7. บริษัทจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานเท่าใด
    บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตราบเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์และความจำเป็น ที่บริษัทจะต้องดำเนินการจัดเก็บรวบรวม และประมวลผล ซึ่งรวมไปถึงการปฏิบัติตาม ข้อกำหนดของกฎหมาย ที่ใช้บังคับในเรื่องดังกล่าว บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ หลังระยะเวลาที่สัญญาที่ท่านได้ทำไว้กับบริษัท สิ้นผลบังคับระยะเวลาหนึ่ง และสอดคล้องตามระยะเวลา และอายุความของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจะจัดเก็บไว้ ในสถานที่จัดเก็บที่เหมาะสม ตามประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้บริษัท จำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลต่อไป แม้จะพ้นกำหนดอายุความตามกฎหมายแล้วก็ตาม เช่น กรณีอยู่ระหว่างการดำเนินคดี หรือพิจารณาคดีตามกฎหมาย เป็นต้น
ทั้งนี้ บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ของท่านไว้เป็นอย่างดีตามมาตราการป้องกัน ด้านการบริหารจัดการ (administrative safeguard) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (technical safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (physical safeguard) เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัย ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม หมายความว่า มีการธำรงไว้ซึ่งความลับ (confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (integrity) และให้ข้อมูลอยู่ในลักษณะที่พร้อมใช้งาน (availability) และเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัท ได้กำหนดนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น มาตรฐานความปลอดภัย ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้รับข้อมูล ไปจากบริษัท ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ หรือโดยไม่มีอำนาจหรือโดยไม่ชอบ และบริษัท ได้มีการปรับปรุงนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะ ๆ ตามความจำเป็นและเหมาะสม

8. บริษัทคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร
    บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นอย่างดีตามมาตราการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (administrative safeguard) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (technical safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (physical safeguard) เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัย ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ที่เหมาะสมและเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทได้กำหนดนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น มาตรฐานความปลอดภัย ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และมาตรการเพื่อป้องกัน ไม่ให้ผู้รับข้อมูล ไปจากบริษัทใช้หรือเปิดเผยข้อมูล นอกวัตถุประสงค์ หรือโดยไม่มีอำนาจหรือโดยไม่ชอบ และบริษัทได้มีการปรับปรุงนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะ ๆ ตามความจำเป็นและเหมาะสม

นอกจากนี้ ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง ตัวแทน ที่ปรึกษา และผู้รับข้อมูลจากบริษัท มีหน้าที่ ต้องรักษาความลับข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตรการรักษาความลับ ที่บริษัทกำหนดขึ้น

9. สิทธิของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลมีอะไรบ้าง
    สิทธิของท่านในข้อนี้เ ป็นสิทธิตามกฎหมายที่ท่านควรทราบ โดยท่านสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย และนโยบายที่กำหนดไว้ ในขณะนี้ หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ตลอดจนหลักเกณฑ์ ตามที่บริษัทกำหนดขึ้น และในกรณีท่านมีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ หรือถูกจำกัดความสามารถ ในการทำนิติกรรมตามกฎหมาย ท่านสามารถขอใช้สิทธิ โดยให้บิดาและมารดา ผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือมีผู้อำนาจกระทำการแทน เป็นผู้แจ้งความประสงค์

    9.1 สิทธิขอถอนความยินยอม : หากท่านได้ให้ความยินยอมให้บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอม ที่ท่านให้ไว้ก่อน วันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอม เมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคล ของท่านอยู่กับบริษัท เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้น โดยกฎหมายหรือมีสัญญา ที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่

    ทั้งนี้ การถอนความยินยอมของท่าน อาจส่งผลกระทบต่อท่านจากการใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการต่างๆ เช่น ท่านจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ โปรโมชั่นหรือข้อเสนอใหม่ ๆ ไม่ได้รับผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่ดียิ่งขึ้น และสอดคล้องกับความต้องการของท่าน หรือไม่ได้รับข้อมูลข่าวสาร อันเป็นประโยชน์แก่ท่าน เป็นต้น เพื่อประโยชน์ของท่าน จึงควรศึกษาและสอบถาม ถึงผลกระทบก่อนเพิกถอนความยินยอม

    9.2 สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล : ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลดังกล่าว ให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้บริษัท เปิดเผยว่าบริษัทได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน มาได้อย่างไร

    9.3 สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล : ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่บริษัท ได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้น อยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิ ขอให้บริษัท ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล ในรูปแบบดังกล่าว ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น เมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคล ที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล ในรูปแบบดังกล่าว ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะเหตุทางเทคนิค

    ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านข้างต้น ต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่าน ได้ให้ความยินยอมแก่บริษัท ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ที่บริษัทจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย เพื่อให้ท่านสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการของบริษัท ได้ตามความประสงค์ซึ่งท่านเป็นคู่สัญญา อยู่กับบริษัท หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการ ตามคำขอของท่าน ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการของบริษัท หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ตามที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายกำหนด

    9.4 สิทธิขอคัดค้าน : ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ของท่านในเวลาใดก็ได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่ทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็น ภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น โดยไม่เกินขอบเขต ที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล หรือเพื่อดำเนินการ ตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หากท่านยื่นคัดค้าน บริษัทจะยังคงดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ต่อไปเฉพาะที่บริษัทสามารถ แสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของท่าน หรือเป็นไปเพื่อการยืนยันสิทธิตามกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี

    นอกจากนี้ ท่านยังมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาด หรือเพื่อวัตถุประสงค์ เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติได้อีกด้วย

    9.5 สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล : ท่านมีสิทธิขอลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูล ที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ถูกเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าบริษัท หมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิ ขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้าน ตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว

    9.6 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล : ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราว ในกรณีที่บริษัท อยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิ ขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใด ที่บริษัทหมดความจำเป็นและต้องลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ท่านขอให้บริษัทระงับการใช้แทน

    9.7 สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล : ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

    9.8 สิทธิร้องเรียน : ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

    9.9 การใช้สิทธิของท่านดังกล่าวข้างต้น อาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็น ที่บริษัทอาจปฏิเสธ หรือไม่สามารถดำเนินการ ตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิ หรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น หากบริษัทปฏิเสธ  คำขอข้างต้น บริษัท จะแจ้งเหตุผล ของการปฏิเสธให้ท่านทราบด้วย

10. เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
     บริษัท ได้มีการดำเนินการปฏิบัติ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer : DPO) เพื่อตรวจสอบ การดำเนินการของบริษัท ที่เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำระเบียบ คำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการ ตามที่กำหนดไว้ เพื่อให้การดำเนินงาน ตามแนวนโยบายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้เป็นไปด้วยความถูกต้องเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ

11. ท่านติดต่อบริษัทได้อย่างไร
    “บริษัท” ถือว่าเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หากท่านมีคำถามใด ๆ หรือต้องการใช้สิทธิของท่าน ท่านสามารถติดต่อบริษัท ได้ตามที่อยู่ดังต่อไปนี้

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด
เลขที่ 210 อาคารเบทเตอร์เวย์ ถนนรามคำแหง แขวงราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ 10240
หมายเลขติดต่อ : โทร 0-2917-0000  (จันทร์ – ศุกร์ : เวลา 09.00 น. – 17.00 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ)
อีเมล์ : dpo@mistine.co.th

ศูนย์บริการ สมาชิก
0 - 2 1 1 8 - 5 1 1 1
ดาวน์โหลดแอปยุพิน
COPYRIGHT © 2019 Better way (Thailand) Co.,Ltd. All Rights Reserved.